您现在的位置是:时尚 >>正文
ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดปี 69 ต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่ม 4% แต่ใช้จ่ายต่อทริปยังต่ำ
时尚3411人已围观
简介นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการท่องเ ...
ศูนย์วิจัยกสิกรฯคาดปีต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่มแต่ใช้จ่ายต่อทริปยังต่ำtelegram中文下载
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศไทย พบ 4 ข้อสังเกต ได้แก่ 1. ผลต่างระหว่างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยกับค่าใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวต่างประเทศ มีแนวโน้มลดลงเกือบเท่าตัว 2. สัญญาณการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันชัดเจนขึ้น 3. ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปและอินเดียยังทดแทนจีนและอาเซียนไม่ได้ทั้งหมด และ 4. การกระจายความหนาแน่นจากเมืองท่องเที่ยวหลักไปสู่เมืองรอง ยังต้องทำอีกมาก
นางสาววาริธร ศิริสัตยะวงศ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ในปี 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะฟื้นตัวจากการกลับมาของตลาดนักท่องเที่ยวจีน โดยคาดว่าจะมีจำนวน 34.1 ล้านคน หรือโต 4%จากที่หดตัว 7% ในปี 2568 แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายได้การท่องเที่ยว และค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อทริปที่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด เมื่อมาถึงจุดที่การเพิ่มจำนวนทำได้ยาก ดังนั้น การเพิ่มรายได้คงต้องหาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงอย่างการเจาะตลาดกลุ่มกิจกรรมบันเทิง การจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (MICE) เช่น การจัดคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก เป็นต้น รวมถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก หรือการดึงสวนสนุกระดับโลกมาลงทุนในไทย ตลอดจนตลาดกลุ่มเดินทางเพื่อสุขภาพและรักษาพยาบาล แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำตลาดได้ดีนักท่องเที่ยวจะกลับมาเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า
นางสาววรรณวิษา ศรีรัตนะ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจด้านการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ (Medical & Wellness) แม้จะเป็น 1 ในเครื่องมือที่ช่วยดันรายได้ท่องเที่ยว แต่ยังมีโจทย์ที่ต้องแก้ โดยเฉพาะเรื่องตลาดคนไข้หลักที่ลดลง การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีอยู่ ทำให้ปี 2569 คาดว่าจำนวนและรายได้คนไข้ต่างชาติโตชะลอที่ 0.4% และ 3.7% ตามลำดับ ซึ่งหากต้องการเพิ่มรายได้ท่องเที่ยว ไทยต้องโฟกัสไปที่การแพทย์เฉพาะทางที่มีระยะเวลาในการรักษาและพักฟื้นนานขึ้น รวมถึงขยายบริการสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) และการส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) ที่สอดรับกับเทรนด์โลก เช่น Longevity และแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้น
โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มี 4 ข้อเสนอเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยไปต่อ ได้แก่ 1. การฟื้นความเชื่อมั่น ซึ่งตลาดระยะใกล้ยังสำคัญ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน หลังสัดส่วนลดลงเท่าตัวจากก่อนโควิดมาอยู่ที่ราว 14% 2. เน้นเร่งเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริปผ่านผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ไทยมีจุดเด่น ผ่านการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและการเติมเต็ม Ecosystem 3. จูงใจคนไทยเที่ยวในประเทศ และ 4. ผลักดันเมืองท่องเที่ยวรองด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น Geographical Indicationsเป็นต้น
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศไทย พบ 4 ข้อสังเกต ได้แก่ 1. ผลต่างระหว่างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยกับค่าใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวต่างประเทศ มีแนวโน้มลดลงเกือบเท่าตัว 2. สัญญาณการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันชัดเจนขึ้น 3. ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปและอินเดียยังทดแทนจีนและอาเซียนไม่ได้ทั้งหมด และ 4. การกระจายความหนาแน่นจากเมืองท่องเที่ยวหลักไปสู่เมืองรอง ยังต้องทำอีกมาก
นางสาววาริธร ศิริสัตยะวงศ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ในปี 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะฟื้นตัวจากการกลับมาของตลาดนักท่องเที่ยวจีน โดยคาดว่าจะมีจำนวน 34.1 ล้านคน หรือโต 4%จากที่หดตัว 7% ในปี 2568 แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายได้การท่องเที่ยว และค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อทริปที่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด เมื่อมาถึงจุดที่การเพิ่มจำนวนทำได้ยาก ดังนั้น การเพิ่มรายได้คงต้องหาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงอย่างการเจาะตลาดกลุ่มกิจกรรมบันเทิง การจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (MICE) เช่น การจัดคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก เป็นต้น รวมถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก หรือการดึงสวนสนุกระดับโลกมาลงทุนในไทย ตลอดจนตลาดกลุ่มเดินทางเพื่อสุขภาพและรักษาพยาบาล แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำตลาดได้ดีนักท่องเที่ยวจะกลับมาเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า
นางสาววรรณวิษา ศรีรัตนะ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจด้านการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ (Medical & Wellness) แม้จะเป็น 1 ในเครื่องมือที่ช่วยดันรายได้ท่องเที่ยว แต่ยังมีโจทย์ที่ต้องแก้ โดยเฉพาะเรื่องตลาดคนไข้หลักที่ลดลง การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีอยู่ ทำให้ปี 2569 คาดว่าจำนวนและรายได้คนไข้ต่างชาติโตชะลอที่ 0.4% และ 3.7% ตามลำดับ ซึ่งหากต้องการเพิ่มรายได้ท่องเที่ยว ไทยต้องโฟกัสไปที่การแพทย์เฉพาะทางที่มีระยะเวลาในการรักษาและพักฟื้นนานขึ้น รวมถึงขยายบริการสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) และการส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) ที่สอดรับกับเทรนด์โลก เช่น Longevity และแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้น
โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มี 4 ข้อเสนอเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยไปต่อ ได้แก่ 1. การฟื้นความเชื่อมั่น ซึ่งตลาดระยะใกล้ยังสำคัญ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน หลังสัดส่วนลดลงเท่าตัวจากก่อนโควิดมาอยู่ที่ราว 14% 2. เน้นเร่งเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริปผ่านผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ไทยมีจุดเด่น ผ่านการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและการเติมเต็ม Ecosystem 3. จูงใจคนไทยเที่ยวในประเทศ และ 4. ผลักดันเมืองท่องเที่ยวรองด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น Geographical Indicationsเป็นต้น
Tags:
转载:欢迎各位朋友分享到网络,但转载请说明文章出处“斩尽杀绝网”。http://5462677.telegramur.com/html/18f4399938.html
相关文章
2020年梦想马术“梦想起航 筑梦前行”年会圆满落幕
时尚12月26日,无锡梦想马术“梦想起航 筑梦前行”2020年会盛典在梦想马术乐运店隆重举行。学员积分赛也在活动当天下午举行,骑手们整装待发为比赛做了充分的准备与热身,浓郁的新年气氛,令所有人热情洋溢。在 ...
【时尚】
阅读更多蟋蟀又称什么名字
时尚别称叫“促织”,由来谁知道?蟋蟀呢,是学名,是小名,那促织这个名字又是怎么来的呢?蛐蛐出现在诗里边呀,那可早了,西周,《诗经七月》里边就写了“七月在野,八月在宇,九月在户。蟋蟀别称?又称蛐蛐、夜鸣虫、 ...
【时尚】
阅读更多蒸肉怎么做
时尚蒸猪肉的家常做法?1、半肥瘦猪肉500克、葱大蒜籽各适量、蚝油胡椒粉鸡精各适量。2、把猪肉洗干净放机器里打成泥,放在盘子里。再放点生粉,蚝油,盐,大蒜籽,鸡精,胡椒粉,再打。猪肉怎么蒸好吃-九州醉餐饮 ...
【时尚】
阅读更多